12 ความจริงอันน่าเหลือเชื่อ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต

ขาวกระแส
Loading...

คุณเคยเห็นเปลวไฟในสถานะไร้แรงโน้มถ่วงหรือไม่ ? คุณรู้หรือเปล่าว่าโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นผู้หญิง ? หรือคุณรู้หรือเปล่าว่าผีเสื้อกับเต่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ? แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนไม่หาเรียนรู้กันได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่วันนี้เพชรมายาจะขอพาทุกท่านไปชมสิ่งที่น่าสนใจเหล่านี้เอง รับรองว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่คุณเองไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิต

1. เปลวไฟบนโลกกับบนอวกาศนั้นแตกต่างกัน

Loading...

เวลาที่อยู่บนโลก อากาศร้อนจะลอยขึ้นสูงและอากาศเย็นจะลอยต่ำลง เปลวไฟที่มีสีเหลืองด้านบนคือส่วนที่เผาไหม้สมบูรณ์แล้วจะยิ่งร้อน และจะพุ่งขึ้นด้านบนเสมอ ส่วนสียิ่งแดงจะมีควาร้อนน้อยกว่าจึงอยู่ด้านล่าง ส่วนสีน้ำเงินจะอยู่ข้างล่างสุดเป็นส่วนที่เชื้อเพลิงยังไม่เริ่มต้นการเผาไหม้

ส่วนในอวกาศที่ไร้แรงโน้มถ่วง เปลวไฟจะมีรูปทรงกลมและมีสีน้ำเงินล้อมรอบ เนื่องจากเปลวไฟไม่ได้พุ่งขึ้นข้างบนเหมือนตอนอยู่บนโลก แต่มันจะขยายตัวไปในทุกทิศทางเพื่อหาออกซิเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นก็ลอยรวมกันอยู่รอบๆ เปลวไฟ ในขณะที่มีออกซิเจนอยู่ตรงกลาง อุณหภูมิของเปลวไฟลักษณะนี้จะต่ำกว่า ใช้ออกซิเจนเผาไหม้น้อยกว่า และมีความสว่างน้อยกว่าอีกด้วย

2. โจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิง

โจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คือ อดีตโสเภณีชาวจีนนามว่า Ching Shih ที่เกิดในปี ค.ศ. ที่ 1775 จนกระทั่งได้แต่งงานกับกัปตันโจรสลัดคนหนึ่ง ซึ่งเธอได้รับหน้าที่ให้ดูแลกองเรือของเขาถึง 50% ต่อมาเธอก้าวขึ้นมาเป็น “ราชินีโจรสลัด” ผู้บัญชาการกองเรือรบธงแดงที่มีเรือในปกครองถึง 1,800 ลำ และมีสมาชิกโจรสลัดมากถึง 80,000 คน ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ โปรตุเกส หรือแม้แต่ราชวงศ์ชิง ยังไม่สามารถล้มเธอได้ และเรายังเห็นเธอได้ในภาพยนตร์ The Pirates of the Caribbean อีกด้วย

3. บริษัท Dutch East India คือบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์

ฟังชื่อแล้วคุณอาจจะงงว่านี่คือบริษัทอะไร แต่นี่คือบริษัทสัญญาติดัชต์ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1602 ถือกำเนิดขึ้นด้วยการร่วมทุนของพ่อค้าและนายธนาคารดัตช์ที่ไม่พอใจกับการผูกขาดการค้าเครื่องเทศของโปรตุเกสซึ่งครอบครองเส้นทางการเดินเรือสู่เอเชียและผลผลิตเครื่องเทศอยู่ในขณะนั้น

บริษัทได้รับอนุญาตจากรัฐบาลดัตช์ให้มีอำนาจผูกขาดการค้าเครื่องเทศในตะวันออก รวมถึงให้สามารถยึดครองดินแดนโพ้นทะเลที่ใดก็ได้ตามที่บริษัทเห็นชอบ ซึ่งหลังจากก่อตั้งบริษัทได้ไม่นาน กองเรือของบริษัทก็สามารถกำจัดเรือโปรตุเกสและยึดดินแดนเมืองท่าที่โปรตุเกสครอบครองอยู่ในเอเชีย ตั้งแต่ศรีลังกาไปจนถึงมะละกา นอกจากนั้นยังบริษัทนี้ยังมีอำนาจสูงเกือบเทียบเท่ารัฐบาล โดยมีความสามารถที่จะเข้าร่วมสงคราม สั่งจำคุกและประหารชีวิตนักโทษ เจรจาสนธิสัญญา ผลิตเหรียญกระษาปณ์เป็นของตนเอง และจัดตั้งอาณานิคมได้อีกด้วย

ส่วนมูลค่าของบริษัท ณ ขณะนั้น เมื่อเทียบกับค่าเงินในปัจจุบัน ถือว่าใหญ่กว่าบริษัท Apple ถึง 8 เท่า หรือมีมูลค่ากว่า 7.9 ล้านล้านเหรียญ

4. คุณจะได้สวมหมวกและติดดาบ เมื่อจบด็อกเตอร์ในประเทศฟินแลนด์

แต่ละประเทศก็มักจะมีการนำวัฒนธรรมและประเพณีแบบดั้งเดิมมาปรับใช้กับพิธีการในสมัยใหม่ ตัวอย่างเช่นในประเทศฟินแลนด์ ผู้ที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตหรือในระดับปริญญาเอก จะมีการติดดาบให้และสวมหมวกที่มีสีสันแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคณะที่เรียน เช่น หมวกสีดำคือด้านปรัชญา หมวกสีม่วงคือศาสนวิทยา หรือสีแดงเข้มคือสาขากฏหมาย

5. มือปืนส่วนตัวของ พาโบล เอสโคบาร์ ตอนนี้เป็นยูทูปเบอร์

หลายคนคงรู้จักเจ้าพ่อยาเสพติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง พาโบล เอสโคบาร์ แต่หลังจากที่เขาโดนสังหารไปเรียบร้อย คุณคิดว่าบรรดาลูกน้องของเขาจะต้องระหกระเหินไปทำอะไรกันบ้าง ? หลายคนเชื่อว่า ผู้คนเหล่านี้คงเดินทางสายมืดต่อไป แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ จอห์น ไจโร เวลาสเก อดีตมือปืนส่วนตัวของเอสโคบาร์คนนี้ ที่หันมาเอาดีทางด้านการเป็นยูทูปเบอร์อย่างเต็มตัว โดยมีชื่อชาแนลว่า “POPEYE_Arrepentido” จนปัจจุบันเขามีผู้ติดตามแล้วกว่า 7.5 แสนคน โดยเขาเป็นที่รู้จักในชื่อ “ป๊อบอาย”

6. ไธโอซีทัล คือสารที่เหม็นที่สุดในโลก

ในปี ค.ศ. 1889 นักวิทยาศาสตร์จากไฟรบวร์ค ได้ตัดสินใจผลิตสารที่มีชื่อว่า “ไธโอซีทัล” ขึ้นมา ซึ่งผู้คนในตอนนั้นกล่าวว่า “กลิ่นที่น่ารังเกียจของมันแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบริเวณพื้นที่ในเมือง จนทำให้ผู้คนเป็นลมและอาเจียน” และนั่นเป็นผลให้รัฐบาลต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากเมืองเป็นการด่วน

อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1967 ในอ็อกฟอร์ด เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ตัดสินใจทำการทดลองกับสารนรกนี้อีกครั้ง เมื่อมีการดึงจุกที่ใช้สำหรับอุดขวดที่บรรจุสารตกค้างออกเพื่อเปลี่ยนอันใหม่ กลิ่นก็มันก็รุนแรงไปไกลจนส่งผลให้เพื่อนร่วมงานที่อยู่ไปไกลกว่า 200 หลา ถึงกับเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน

7. ชีวิตที่น่าสงสารของเต่าหับ

ถ้าคุณยกเต่าหับขึ้นมาแล้วไม่ได้ปล่อยมันลงที่เดิม มันอาจจะเสียชีวิตเพราะพยายามหาทางกลับบ้าน เต่าหับจะเครียดมากเมื่อมันถูกย้ายไปยังสถานที่ใหม่ พวกเต่าหับที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติเหล่านี้จะมีอายุสั้นลงเมื่อถูกคนนำมาเลี้ยงที่บ้าน และถ้าคุณนำมันไปปล่อยไว้ในป่า มันจะพยายามหาทางกลับบ้านของมันด้วยการเดินเร่ร่อนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็อาจเสียชีวิตอย่างน่าสงสาร

8. ราชันย์แห่งท้องฟ้าในออสเตรเลีย

นี่คือนกนักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย โดยมีความกว้างของปีกเวลากางแล้วเกือบ 3 เมตร และมีน้ำหนักตั้งแต่ 3 – 5 กิโลกรัม มันสามารถสังหารเหยื่ออย่างเช่น จิงโจ้แดง ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่ามันถึง 20 เท่าได้ นอกจากนั้นพวกมันยังโจมตีเฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานขนาดเล็ก ที่พยายามบินผ่านพื้นที่เพื่อปกป้องรังของพวกมัน ส่วนโดรนไม่ต้องพูดถึง ร่วงกันมานับไม่ถ้วน

9. นักวิทยาศาสตร์เคยทดลองเลี้ยงลิงเป็นมนุษย์

ในปี ค.ศ. 31 นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งได้นำลิงชิมแปนซีทารกตัวหนึ่งมาเลี้ยงพร้อมกับลูกชายวัย 10 เดือนของเขาให้เติบโตมาพร้อมๆ กับ โดยเขาเลี้ยงลูกลิงตัวนี้ให้เหมือนกับลูกมนุษย์ทุกอย่าง สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ลิงสามารถผ่านการทดสอบความสามารถทางสติปัญญาได้ดีกว่ามนุษย์ แต่มันไม่สามารถเรียนรู้ที่จะออกเสียงให้เหมือนมนุษย์ได้

สุดท้ายนักวิทยาศาสตร์รายนี้จำเป็นต้องล้มเลิกการทดลองไป เนื่องจากเขาพบว่าลูกชายตัวเองเริ่มที่จะเลียนแบบพฤติกรรมของลิงชิมแปนซี แทนที่จะเรียนภาษาคน แต่หนูน้อยกลับเลียนเสียงลิงแทน เวลาที่เขาต้องการกินหรือดื่มน้ำ

10. ชายผู้ที่ปล่อยให้งูพิษนับร้อยกัดตัวเอง

ทิม ฟรีเดิล คือชายที่ใช้เวลาตลอด 16 ปี ทดลองให้งูพิษที่แตกต่างกันกว่า 160 ชนิด กันตัวเอง และผลลัพธ์ก็คือร่างกายของเขาเริ่มมีภูมิต้านทานพิษงูแทบทุกชนิด รวมถึงเขาสามารถรอดชีวิตจากการถูกงูแบล็คแมมบ้ากัดมาแล้วด้วย

11. วาฬสเปิร์มาสำเนียงและภาษาท้องถิ่น

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดัลเฮาซี ได้ทำการศึกษาเสียงของวาฬสเปิร์มมานานกว่า 18 ปี ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งว่า วาฬสเปิร์มที่อาศัยอยู่คนละพื้นที่ ก็มีสำเนียงที่แตกต่างกันไป พวกมันสื่อสารด้วยรูปแบบที่คล้ายกัน แต่มีลักษณะของจังหวะและความเร็วของจังหวะที่แตกต่างกัน ซึ่งนั่นส่งผลให้วาฬสเปิร์มสามารถเข้าใจวาฬที่อยู่ในท้องถิ่นเดียวกัน และไม่เข้าใจภาษาวาฬที่อยู่ต่างถิ่น ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์

12. ผีเสื้อดื่มน้ำตาของเต่า

นักกีฏวิทยา ฟิล ตอร์เรส ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์แปลกๆ ระหว่างผีเสื้อและเต่าเอาไว้ว่า จากากรศึกษาของเขาบริเวณภูมิภาคเขตร้อน สัตว์บางชนิดไม่สามารถหาแหล่งแร่ธาตุได้เพียงพอต่อความจำเป็นของร่างกาย โดยเฉพาะ “เกลือ” เนื่องจากแหล่งน้ำทั้งหมดเป็นน้ำจืด นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ผีเสื้อไปดื่มน้ำตาของเต่า แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าทำไมเต่าถึงร้องไห้อยู่ดี

Loading...
ขาวกระแส
โดนใจต้องอุดหนุน! พ่อค้าสายฮา ขายของเก่งไม่พอ ยังเอนเตอร์เทนลูกค้าสุดตัว!

Loading…   เป็นอีกหนึ่งคลิปที่ดูแล้วต้องแชร์ สำห …

ขาวกระแส
กรี๊ดลั่นบ้าน เมื่อเจอลูกเต่าที่เลี้ยงไว้ นอนลอยน้ำอยู่ในท่าพิสดาร

Loading…   ทำเอาตกใจหนักเมื่อเจ้าเต่าน้อย โชว์กา …